Mar 06

วันนี้ละครับได้กลับบ้านแล้ว ตื่นมาก็ดำเนินการปกติครับ แต่ใจเปี่ยมสุขว่าจะได้กลับบ้านแล้ว แต่ยังต้องไปออฟฟิศลูกค้าอยู่ จากนั้นกลางวันก็ลิ้มรสอาหารยูนานเช่นเมื่อวานครับ บอกลาไหโข่วด้วยภาพตึกที่ผมไปทำงาน แล้วก็ภาพที่ถ่ายจากข้างบนตึกขณะที่รอประชุมกับลูกค้าครับ


จากนั้นสักพักก็ขึ้น Taxi มุ่งหน้าสู่สนามบินภายในประเทศครับ
โดนปรับ Overload กิโลกรัมละ 10.5 หยวน (10 x 10.5 = 105 หยวน = 525 บาท) ผมเดินทางด้วยสายการบิน Hainan Airlines เช่นเคยครับ เครื่องบินโดยสารก็จะเล็กสักนิดครับ เป็นเครื่องบินที่มีที่นั่ง 3 คอลัมน์ติดกันด้านซ้าย และด้านขวาอีก 3 คอลัมน์ ก่อนเครื่องออกก็ใจหายสักหน่อย ภาวนาให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ เลยทำการรีบหลับก่อนเลยครับ เที่ยวบินนี้ดีเลย์ไปประมาณ 40 นาที และใช้เวลา 1 ชม. ก็ถึงปลายทางที่สนามบินกวางโจว

สนามบินที่เมืองกวางโจวนั้น พอเราลงที่สนามบินภายในประเทศแล้วก็เดินไปรับกระเป๋านะครับ แล้วให้ขึ้นบันไดเลื่อน(สูงมาก) หรือว่าขึ้นลิฟต์ดีกว่า ไปที่ชั้น 3 ครับ แล้วก็เลี้ยวซ้ายเพื่อเดินทางไป check-in สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศครับ ก็เช็คช่องทาง check-in ให้ดีๆนะครับ แต่ผมเข้าใจว่าส่วนใหญ่แล้วสายการบินไทยน่าจะอยู่บริเวณ H1-H6 เป็นประจำอยู่แล้ว ที่นี่จะมีการแบ่งช่องสำหรับ Gold class member ของ Royal Orchid Plus ไว้ด้วยครับ
ปกติแล้วถึงขั้นตอนนี้ทุกอย่างก็ควรจะเรียบร้อยและผมก็ควรจะได้เข้าไปเดินโต๋เต๋ดูของในร้านค้าปลอดภาษี แต่ผมก็เจออุปสรรคอีก 2 จุดครับ คือ เจ้าหน้าที่ check-in บอกว่าเค้าหาข้อมูลการเปลี่ยนเส้นทางของผมไม่เจอ (เนื่องจากตั๋วของผมมีการ re-route หรือเปลี่ยนเส้นทาง จากเดิมที่จะต้องบินกลับจากปักกิ่งกลับกรุงเทพ กลายเป็นการบินจากกวางโจวกลับกรุงเทพ) ในฐานข้อมูลของเค้ายังคงเป็นตั๋วสำหรับการเดินทางจากปักกิ่งสู่กรุงเทพ อ้าวซวยละสิครับ (นึกในใจ) แต่แล้วก็มีเจ้าหน้าที่อีกท่านช่วยมาตรวจสอบให้ใหม่ โดยเค้าเรียกผมไปที่อีก counter ซึ่งไม่ได้เปิดให้บริการ ตอนนั้นก็ตกเป็นเป้าสายตาเหมือนกัน ตอนนี้โอเคละครับเจอข้อมูลแล้ว แต่ปัญหาที่ยังตามตัวผมมาก็คือ Oversized baggage ครับ ก็แบบว่าตอนมานั้นมากันสองคนนี่ครับ น้ำหนักรวมเลยยังผ่านเกณฑ์ แต่นี่ผมกลับคนเดียวน้ำหนักของที่นำมาในครั้งนี้มันก็เกินสิครับ ไหนจะซื้อของฝากลูกเมียอีก สุดท้ายเลยทำหน้าตาน่าสงสาร แล้วบอกเจ้าหน้าที่เค้าว่า ช่วยอนุโลมให้ผมสักนิดละกันครับ ด้วยความเมตตาของเจ้าหน้าที่ท่านนี้ ก็เลยทำให้ผมผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ ขอบคุณอีกทีนะครับคุณเจ้าพนักงาน
จากนั้นก็เข้าด่านตามปกติ ด่านตรวจความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่องที่นี่ ค่อนข้างซีเรียสในเรื่องของเหลวเหมือนสนามบินสุวรรณภูมิครับ คือผมเห็นทุกคนจะทิ้งขวดน้ำไว้ตรงจุดนี้หมดเลยครับ แต่ว่าเข้าไปข้างในก็ยังมีขายเครื่องดื่มครับ ผมหิวมากเลยซัด Pepsi ไป 1 กระป๋องครับ (ราคา 25 หยวน หรือประมาณ 125บาทครับ ก็ถือว่าเป็นราคาที่สูงสักนิด แต่ก็ตามสถานที่ครับ)

จากนั้นไม่นานผมก็ได้นั่งเครื่องบินกลับบ้าน แม้ว่าจะมีดีเลย์ไปประมาณ 20 นาทีเนื่องจากมีผู้โดยสารที่ Check-in แล้ว แต่ไม่สามารถมาขึ้นเครื่องได้ทันจำนวน 4 ท่าน จึงต้องมีการขนย้ายสัมภาระลงจากเครื่อง ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี เครื่องบินลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย เย้ๆ ใกล้จะถึงบ้านแล้ว
ปกติผมก็จะใช้บริการ Taxi Meter กลับบ้านครับ ครั้งนี้ถือว่าขากลับเจอแต่เหตุการณ์ไม่สมสุขนัก เจออีกทีจะเป็นเช่นไร ขึ้นรถมาผมก็เปิดบทสนทนากับพี่เค้าเพื่อสร้างบรรยากาศการนั่งรถที่ดีว่า

9NuT: ช่วงนี้ได้ลูกค้าเยอะสิครับ เพราะว่าเครื่องลงกันเยอะ
พี่คนขับ Taxi: ก็ไม่หรอก รอคิวตั้ง 5 กม.โน่นแหละ กว่าจะได้เข้ามาถึง ดวงดีได้ผู้โดยสารเหมาไปไกลๆก็คุ้มหน่อย เจอผู้โดยสารไปใกล้ๆก็ไม่ค่อยคุ้ม (เสียงแข็งๆนิดนึง เนื่องจากผมเรียกไปไม่ไกลมากนัก)
9NuT: (ยิ้มแหยๆ) งั้นก็คงแล้วแต่ดวงเนอะครับ

แล้วทุกอย่างก็อยู่ในความเงียบ พอถึงที่หมายปลายทางด้วยค่ารถประมาณ 300 นิดๆครับ พี่แกก็นับเงินอย่างเดียว ไม่สนใจในการช่วยยกกระเป๋าเหมือนตอนแรกที่อยู่บริเวณสนามบิน อาจจะเป็นเพราะตอนนั้นอยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ก็ได้ครับ เฮ้อ ก็เลยคิดว่าผมผิดด้วยเหรอเนี่ยที่บ้านอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน เพื่อให้ค่าโดยสารเป็นเงินหลายร้อยหลายพันบาท ก็ขอให้พี่พบแต่ลูกค้าดีๆนะครับ
ก็เป็นอันจบทริปนี้ครับ ป๊ามาแล้วครับตัวเล็ก Shockops Shockoo

Mar 01

เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับเลยครับ แต่อากาศก็ยังเย็นน้อยกว่าที่ปักกิ่งพอสมควร เช้านี้เริ่มจากบุฟเฟ่ต์ของโรงแรมในมื้อเช้าครับ แล้วก็มุ่งหน้าสู่ที่ทำงานลูกค้า ต้องบอกว่าวันนี้เจอเหตุการณ์มากมายเหลือเกิน มีการเปลี่ยนแผนไปมาระหว่างทีมงานแต่ละส่วน อืมม์ผมอยู่ตรงกลางก็เลยมึนๆ :mad (แถมรู้สึกเหมือนว่าแพ้อาหารทะเลรึเปล่าก็ไม่รู้นะครับ หรือว่าอากาศแห้งจนผิวคันๆ ไม่ค่อยสบายใจเลย)

จากนั้นก็เลยผ่านมาจนถึงมื้อกลางวัน วันนี้ได้ลาภปากเป็นอาหารสไตล์หูหนาน ได้ความว่าอาหารหูหนานนั้นก็จะมีรสชาดเผ็ดจัดจ้านหน่อย แต่ก็สู้อาหารไทยรสจัดไม่ได้หรอกครับ :cool


  • เริ่มจากแรกด้วยฟักทองอุ่นๆครับ ฟักทองหวานดีครับ ตามด้วยไข่ตุ๋น แล้วก็เผือกนึ่งแปลกๆ อันนี้ทานไปชิ้นเดียว
  • เต้าหู้ผัดพริก
  • ต้มปลากับเต้าหู้ครับ
  • ผัดเครื่องในไก่
  • ผัดผักกวางตุ้งครับ ดำไปนิดนะ ของคนไทยผัดน่าอร่อยกว่า

  • มื้อนี้เบ็ดเสร็จจ่ายค่าเสียหายไปประมาณ 450 บาทครับ สี่คนก็ถือว่าโอเคครับ ถูกกว่าที่ปักกิ่ง เพราะจริงๆแล้วมีอีกรายการตามมาตบท้าย แต่ผมลืมถ่ายเนื่องอิ่มจนถอดใจ นั่งหมดแรงอยู่ :stunned

    จากนั้นก็ขึ้นไปฝ่าฟันงานกันต่อ ตกเย็นพี่หัวหน้างานก็มาพาไปทานข้าวครับ เลยไม่ได้ถ่ายเช่นเคย แต่เหนื่อยกับควันบุหรี่มากครับ ที่นี่อัดบุหรี่กันจัดมาก แถมอัดกันได้ทุกที่ คนของเราก็ไม่เบาครับ เห็นหลายมวนอยู่เหมือนกัน อิอิ ผมเลยมึนเลยครับ โดนรมควัน มื้อเย็นนั้นมีเนื้อเต่าด้วย แต่ผมไม่กล้าลองครับ สงสารเต่า เสร็จมื้อนี้เราก็เดินกลับที่พักกัน ตอนแรกนึกว่าใกล้ๆที่ไหนได้ ไกลได้เหนื่อยเลยครับ คงเป็นเพราะว่าผมสะพายเป้ พร้อมกับถือถุงอุปกรณ์ด้วย เสร็จสรรพแล้วก็เก็บสัมภาระเตรียมตัวเดินทางกลับวันพรุ่งนี้ครับ ส่วนวันนี้ก็บ้ายบายครับ ฝันดีทุกท่าน :lol