Feb 29


ตื่นตั้งแต่ตี 5 ครึ่งครับ อย่างง่วงเพราะว่าต้องไปเที่ยวบิน 8 โมงเช้า เพื่อเดินทางอีก 3 ชั่วโมงครึ่งสู่เมืองไหโข่ว (Hai Kou ได้ความว่าหมายถึง ปากทะเล หรือช่องทะเล) เป็นครั้งแรกสำหรับผมครับที่ได้นั่งเที่ยวบินภายในประเทศของจีน ผมใช้บริการสายการบิน Hainan Airlines ครับ เที่ยวบินนี้ดีเลย์ไป 40 นาทีครับ เหมือนตอนผมออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิเลย เมื่อได้ขึ้นมาบนเครื่องบินแล้ว สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือผู้คนกับเสียงดังมากมายครับ แม้จะไม่ได้นั่งกันเต็มลำ แต่ก็มีเรื่องให้สนุกสนานครับ คือว่าจะมีผู้ใหญ่ผู้เฒ่าท่านเดินทางด้วยครับ แล้วพอเครื่องจะขึ้นทางก็มีท่านหนึ่งขอย้ายไปนั่งริมหน้าต่าง เท่านั้นแหละครับ ท่านๆที่เหลือก็ขอย้ายกันจ้าหละหวั่นเลยครับ จนพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินต้องพูดว่า เดี๋ยวรอเครื่องขึ้นก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนก็ได้นะคะ (ผมเดาจากท่าทางนะครับ) เหมือนจับปูใส่กระด้งเลย จากนั้นก่อนเครื่องลงประมาณ 45 นาทีก็มีการให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินมาทำการนำบริหารร่างกายครับ ตอนแรกผมก็งงๆว่าประกาศอะไรกันเอ่ย เป็นภาษาจีน สักพักก็เห็นเริ่มบิดคอ บิดไหล่ เลยทำตามดู ก็เพลินๆครับ แบบว่าเดินทางคนเดียวก็เหงาๆครับ คิดถึงคนทางบ้านจัง ลงเครื่องมาก็รอกระเป๋าอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ทั้งๆที่มีคนรับกระเป๋าไม่มากนัก เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าสู่ที่พักก่อนเลยครับ หิวมากๆ รถที่มารับนั่นน่ารักมาเลยครับ เป็นรถแท็กซี่ที่ประตูแทบจะหลุดอยู่แล้ว ซีลยางขอบประตูห้อยให้เห็นกันเต็มๆครับ เอาก็เอามารับแล้วนี่นา สุดท้ายกระเป๋าใบใหญ่ใส่ในรถไม่ได้ก็ต้องไว้กระโปรงท้ายแล้วก็ไม่มีสายเชือกคาดรัดด้วยนะครับ เค้าก็ขับของเค้าได้ เก่งมาก ยกนิ้วให้เลย

กลับมาเข้าเรื่องปากท้องกันต่อครับ มื้อกลางวันที่ทางทีมงานสั่งให้ผมทานมื้อแรก ทานที่โรงแรมครับ


เป็นข้าวที่เสิร์ฟพร้อมกับไก่ย่าง และผักกาดขาวผัดน้ำมันใสๆครับ อร่อยดี เติมพริกตำที่เค้าให้ด้วยก็โอชะแล้วครับ อีกจานหนึ่งแอบถ่ายจานของทีมงาน เค้าเป็นขาหมูครับ


เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าสู่ออฟฟิศลูกค้า วันนี้ก็ถือว่าทำงานได้ตามคาดหมายครับ ส่วนสิ่งอื่นๆที่เจอก็ถือว่าคาดไว้ก่อนแล้วว่าจะเจอปัญหาจากทีมงานด้วยกัน อิอิ เสร็จแล้วมื้อเย็นก็มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารแถวนั้น ลาภปากเช่นเคยครับ ไม่ได้ถ่ายรูปนะครับ เพราะเกรงใจผู้ใหญ่ที่ไปทำงานด้วย เดี๋ยวเค้าจะหาว่านายนี่บ้านิ อิอิ :mad

เสร็จแล้วก็อาบน้ำนอนครับ ดื่มชาวานิลลาที่โรงแรมจัดไว้ให้ แล้วก็แปรงฟันนอนครับ พรุ่งนี้ไม่รู้ว่าจะเจอคำถามอะไรจากลูกค้าอีก ฟังก็ไม่ออกหรอกนะครับ ต้องให้เจ้าหน้าที่เค้าแปล พี่ในทีมงานก็เคยบอกไว้ว่า เค้าให้มานั่งเป็นไม้ประดับ ไม่ต้องพูดอะไร พยักหน้าอย่างเดียว ยังไงก็ได้ครับ แต่ขอให้งานไม่มีปัญหาละกัน จะได้กลับบ้านไปหาลูกเมียเสียที
:redface :wink

Feb 28

วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ แต่ได้รับข่าวว่าโบนัสออกแล้ว เย้ๆ จากนั้นก็ได้รับข่าวตามมาว่าต้องบินไปที่เมือง Hai Kou บนเกาะ Hai Nan หรือว่าเกาะไหหลำที่คนไทยเราเรียกกันนั่นเองครับ วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากนัก เตรียมงานเตรียมความพร้อมเสร็จ

ทางทีมงานก็พาไปส่งท้ายที่ตลาด Silk Market (ซิ่ว สุ่ย) ซึ่งเป็นตลาดที่ขายเสื้อผ้าและกระเป๋าแต่ต้องบอกว่าเป็นของที่ทำเลียนแบบนะครับ อิอิ จะบอกว่าคนขายของที่นี่พูดฝรั่งเก่งมากครับ หากคุณเดินผ่านเค้าก็จะเชื้อเชิญให้เข้าไปซื้อของร้านเค้า สู้ราคาเต็มที่ครับซึ่งที่นี่ก็ใช้เทคนิคการต่อรองที่เรียกว่า “bid and run” หมายถึงการต่อราคาไป ถ้าคนขายไม่ให้ก็เดินออกจากร้าน แล้วสักพักคนขายก็จะเดินตามมาหรือว่าตะโกนว่า โอเค ราคานี้ก็ได้ แต่เราต้องเดินช้านิดนึงนะครับ ไม่งั้นเค้าตะโกนไม่ทัน อิอิ ได้ข่าวว่าควรจะต่อราคาของให้ได้ 1 ใน 3 นะครับ แต่ถ้าต่อมากๆเค้าจะบอกว่าไม่ขาย สรุปแล้วงานนี้ได้แต่เดินดูครับ เพราะว่าไม่เจอของถูกใจ

จากนั้นข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามก็จะพบกับร้านอาหารไทย ชื่อว่า ORCHID THAI RESTAURANT แต่ขอบอกนะครับไม่มีพนักงานหรือพ่อครัวในร้านเป็นคนไทยเลยสักคน ได้ความว่าเจ้าของร้านเป็นลูกศิษย์ของพ่อครัวไทยครับ เลยมาเปิดร้านอาหารไทย ซึ่งก็มีหลายสาขาเหมือนกันนะครับ


นี่เลยครับบรรกาศร้านอาหารมื้อนี้ บรรยากาศหน้าร้านและในร้านครับ ตามด้วยห้องน้ำครับ จบกันปรากฎว่าต้องเดินออกมาหน้าร้านแล้วไปเข้าประตูเก่าๆตรงมุมมืด :sick


  • เมนูมีทั้งภาษาไทยและภาษาจีนเลยครับ
  • ข้าวสวย เค้าคิดเป็นหัวครับ เติมข้าวกี่รอบก็ได้ คิดหัวละ 25 บาท
  • ผัดคะน้าน้ำมันหอย
  • ทอดมันปลากราย น้ำจิ้มแห้งไปสักหน่อย
  • แกงพะแนงหมู
  • หมูเปรี้ยวหวาน
  • น้ำปลาพริกขี้หนู
  • ตบท้ายด้วยข้าวผัดครับ เห็นฝรั่งโต๊ะข้างๆสั่งเลยสั่งตาม



  • จากนั้นก็มุ่งหน้ากลับที่พักเพื่อเตรียมตัวสำหรับพรุ่งนี้ ทิ้งท้ายด้วยภาพสถานที่ทำงานในปักกิ่ง ช่วงนี้ต้นไม้แห้งกันหมดเลย เจอต้นหนึ่งลูกคล้ายลิ้นจี่ผสมเงาะเลย พรุ่งนี้ก็ต้องลาก่อนแล้วนะปักกิ่ง :rolleyes