Feb 11

วันนี้วันหยุดครับ แต่ว่าพอดีเราได้ตัวช่วยตัวใหม่มาเลยขยันครับ เข้าไปทดสอบกันหน่อย วันจันทร์จะได้ทำต่อได้อย่างลื่นไหล เช้้ามาจะสังเกตได้ว่า อาหารบุฟเฟ่ต์ตอนเช้าในวันเสาร์-อาทิตย์จะมีมากมายหลายหลากกว่าวันธรรมดา (นี่้ถ้าไม่ได้อยู่ข้ามเสาร์-อาทิตย์ คงไม่รู้ :itongue) ส่วนใหญ่ที่เพิ่มมาก็จะเป็นพวกโดนัท, มัฟฟิ่นครับ หลังจากนั้นทีมงานก็นั่งรถเข้าสู่ไซต์งานตามปกติ ทุกอย่างผ่านไปตามคาดครับว่าตัวช่วยตัวใหม่ที่ได้มามีปัญหา ทำให้เราตัดสินใจว่าจะใช้ตัวช่วยเวอร์ชั่นที่ได้รับมาเมื่อวานดีกว่า

หลังจากสรุปแล้ว ทีมงานก็เดินทางสู่การทะลวงลำไส้ด้วยอาหารมื้อหรูอีกครั้งครับ คราวนี้เรามากันที่ “Richmond circle” ซึ่งจะมีร้านอาหารจีนชื่อว่า “Aroma of China” ก่อนเริ่มพูดถึงอาหารขอบ่นรถ auto ที่นั่งนิดนึงครับ คือว่าพี่ท่านไม่ยอมกด meter ครับ พอเราบอกให้เปิดมิเตอร์ เค้าก็บอกว่าไม่เปิด คิดเหมา 100 รูปี ทำไงได้ละครับ อยู่กลางทางแล้วนี่ครับ เลยยอมไป แต่ก็ขอด่าในใจละกัน อิอิ ไม่น่าทำกันแบบนี้เลย นักท่องเที่ยวนะ Shockuch โอเคครับ กลับมาเข้ามื้อกลางวันกันดีกว่า เข้ามาในร้านแล้วผมรู้สึกว่ามีความสว่างๆดี มีการแต่งร้านด้วยของจีนหลายอย่าง ชัดเจนดีครับ จานช้อนก็ดูดีมีระดับ(กว่าวันก่อนๆครับ) พนักงานในร้านท่านหนึ่้งพอทราบว่าเราเป็นคนไทย เค้าก็รีบบอกว่า ชอบดู “องค์บาก” กับ “ต้มยำกุ้ง” อย่างแรง ถึงกับซื้อดีวีดีติดบ้านไว้เลย ก็ภูมิใจกันไปครับ แต่แกทิ้งท้ายด้วยคำถามว่า “โทนี่ จา จะแต่งงานแล้วใช่มั้ย” เล่นเอาอึ้งเลยครับ :twisted เอ้าคราวนี้เข้าเมนูซะทีครับ (เริ่มจากแถวบนลงแถวล่าง และซ้ายไปขวานะครับ)


แถวแรก

  • นายหมูของเราเดินเข้าร้านด้วยท่าทางมาดมั่น (ดูนายภูมิใจมากนะที่ได้ลงเว็บเนี่ย :hihi)
  • ดูถ้วยจานช้อนส้อมสิครับ รวมถึงบรรยากาศในร้าน จะเห็นว่าที่นี่คนอินเดียก็นิยมทานอาหารจีนไม่น้อยเลยนะครับ

  • แถวสอง

  • น้ำจิ้มพริกไทยดำ และซอสมะเขือเทศ สำหรับทานพร้อม ซิ่วหม่ายไส้กุ้งครับ
  • ซิ่วหม่ายไส้กุ้ง
  • ปลาราดซอสครับ อันนี้ทางร้านเค้าแนะนำบอกว่า เหมาะกับคนไทยมากเลย รสชาติจัดจ้าน เล่นไปจานละ 450 รูปี
  • ข้าวผัดไ่ก่สับเสฉวนครับ ตอนแรกว่าจะสั่งข้าวผัดปู แต่เห็นว่าปูหมดครับ ขาดตลาดอย่างแรง
  • mobo tofu จานนี้คือเต้าหู้ทรงเครื่องแต่ว่าใส่แกะสับครับ ผมเลยขอผ่าน
  • โอ้โห อาหารเต็มโต๊ะเลย

  • แถวล่างสุด

  • ผัดผักรวมครับ จานนี้เรียบง่ายมาก
  • พริกสดครับ จะบอกว่าเผ็ดได้ใจประมาณพริกขี้หนูบ้านเราเลยครับ :redface
  • มาซะข้างล่างเลยกับ ผักทานเล่นก่อนเสิร์ฟอาหาร แบบเมื่อวานเลย
  • ขนมหวานครับ ทางร้านนำเสนอ เป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวทอดแล้วเคลือบน้ำผึ้ง เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมเย็นๆ จานนี้นายหมูขอผ่านครับ เห็นบอกว่าแพ้ของหวาน
  • ตบท้ายด้วยขนม fortune cookie ซึ่งเป็นธรรมเนียมในร้านอาหารจีนหลายๆแห่งนะครับ ผมเคยเห็นที่ร้านติ่มซำ โรงแรม โซฟีเทล เซ็นทรัล ลาดพร้าว

  • เบ็ดเสร็จแล้ว ค่าเสียหายทั้งหมด 1,5xx รูปีครับ ผมทายถูกอีกแล้น :idea

    จากนั้นทีมงานก็ต้องทำการแลกเงินครับ เพราะเงินรูปีหมดแล้ว เราก็เิดินทางไปที่ถนน Bridgate ครับ (ชื่ออาจจะเพี้ยนๆไปนิดนะครับ) ตอนมาคราวที่แล้วพี่อีกท่านพาผมเดินถนนเส้นนี้ตอนหัวค่ำ แล้วก็จะไปตัดกับถนน MG ที่เมื่อวานผมไปมาครับ ต่อไปก็จะเป็นภาพรวมของตอนบ่ายครับ



    ระหว่างเดินทางไปแลกเงิน ก็ได้มีโอกาสแวะปั๊มแก๊สครับ เสียวดีแท้



    เมื่อถึงถนน Bridgate ตึกที่เราจะไปแลกเิงินคือตึก Mota royal plaza ซึ่งจะมีร้านแลกเงินที่ให้อัตราแลกเปลี่ยนดีอยู่ที่ชั้นสองบริเวณบันไดเลื่อนครับ นอกจากนั้นที่นี่จะมีร้านกาแฟ coffee world ด้วยครับ ถ้าออกจากห้าง Mota แล้วเลี้ยวซ้ายเดินตรงไปเรื่อยๆจะไปเจอถนน MG ครับ

    แต่พี่ทีมงานได้พาเดินข้ามถนนมาอีกทางครับ เพื่อมุ่งหน้าสู่ถนน Airport road เป็นที่ตั้งของห้าง Central Bangalore และหากเลี้ยวขวาไปก็จะพบกับห้าง Garuda เรามาดูกันครับว่า 2 ห้างนี้มีอะไรบ้าง



    ในห้าง Garuda จะมีทั้งโรงหนังที่ชั้นบนสุดครับ แล้วก็จะมีร้านคุ้กกี้ Cookie man เหมือนกับห้าง Forum หลังจากเดินหาซื้อของให้ภรรยาผมยังไม่สำเร็จ เราก็สะดุดกับร้านขายไอศกรีมครับ ลืมถ่ายชื่อร้านมา แต่ร้านนี้มีสิ่งสะดุดตาคือ หอคอยช็อคโกแลตครับ เค้าจะให้ลูกค้าซื้อของจุ่มช็อคโกแล็ตร้อนๆที่ไหลท่วมหอคอย อย่างกับ Fondu ที่ร้าน Swensens บ้านเราเลยครับ นายหมูเช่นเคยครับ อาสาชิมไอศกรีมของร้านนี้ เป็นรสฝรั่งแดงครับ หนึ่งลูกพร้อมโคน ในราคา 60 บาท กลิ่นฝรั่งอย่างแรงครับ Shockuch



    ทีมงานก็เดินกลับมายังห้าง Central Bangalore ครับ เพื่อหากาแฟดื่มและนั่งพักไปในเชิง จะบอกว่าพี่ทีมงานของผมเนี่ย อย่างกับคนท้องถิ่นเลยครับ มาถึงก็พาเดินรอบห้างก่อน แล้วพาเดินลงบันไดมายังชั้นลอยเพื่อเจอกับร้านกาแฟ Cafe’ Coffee Day (ย่อว่า CCD) ถ้าไม่เคยมาก่อนนี่คงไม่รู้ว่ามีร้านกาแฟตรงนั้น [aup]

    กาแฟที่ผมเลือกสั่งคือ Devil’s own ดูจากรูปว่าน่าทานเลยขอลอง ราคาก็ 75 รูปีครับ จะบอกว่าหลังจากทานเข้าไป เกิดอาการมึนเล็กน้อย เหมือนว่ากาแฟจะเข้มๆบวกกับช็อคโกแล็ตเข้มๆ พอดื่มน้ำเปล่าตามก็ดีขึ้นครับ แปลว่าของเค้าแรงใช้ได้เลย หรือไ่ม่ผมก็อ่อนเอง 555



    หลังจากเสร็จภารกิจกันแล้ว ก็นั่งรถกลับที่พักครับ เลยขอพูดถึงรถยนต์ 2 ชนิดครับ ชนิดแรก คือ รถตำรวจครับ ก็ดูลุยๆดีครับ อีกชนิดคือ Suzuki Swift เห็นนิยมขับกันมากเลยครับ ด้วยรูปทรงกะทัดรัด เคยเห็นโฆษณาหลายครั้งตามหนังสือ แล้วก็ลุ้นว่าจะเข้าไทย สุดท้ายไม่เห็นในเมืองไทยเลย แต่ที่นี่นิยมมากเลยครับ


    ใกล้ๆที่พักนั้นจะมีห้างชื่อ “Big Bazaar” ซึ่งนั่งรถผ่านวันก่อนแล้วตั้งใจว่าจะมาซื้อเสบียงกันที่นี่ วันนี้ได้มาแล้วครับ ก็มีของมากมายขนาดห้างย่อมๆเลยนะครับ ตั้งแต่ของใช้ เสื้อผ้าเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า เสร็จจากซื้อน้ำแล้ว ทุกคนก็ตั้งใจงดข้าวเย็นครับ เพราะว่าอิ่มอย่างแรง เลยได้แต่ซื้อผลไม้ไว้ทานก่อนนอนกัน

    ท้ายสุดสำหรับวันนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะซ้ำเติมทีมงานท่านหนึ่งนะครับ แต่ว่าพอดีเราได้เจอสตอเบอร์รี่แพ็คราคา 25 รูปี ในห้างเซ็นทรัลซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับที่ซื้อริมถนนวันก่อนในราคา 40 รูปี แต่ที่ต้องการบอกคือว่า สำหรับที่นี่ การที่เราซื้อผลไม้ริมถนนอาจจะไม่ได้ยืนยันว่าเราได้ราคาถูกกว่าในซุปเปอร์มาร์เก็ตนะครับ :eyeclose งานนี้เล่นเอาทีมงานท่านนี้เสียศูนย์ไปชั่วขณะครับ

    ก็จบสำหรับวันนี้ครับ วันนี้นั่งปั่นเอกสารไปชั่้วโมงกว่าๆตาลายเอาการ เจอกันพรุ่งนี้ครับ สวัสดี :wink

    Feb 10



    ครบอาทิตย์จนได้ครับกับทริปนี้ แต่หวังว่าคงไม่ต้องถึง 2 อาทิตย์นะครับ เช้านี้ก็มีของใหม่ครับ โดนัท กับถุงทองไส้ผัก สำหรับงานวันนี้เริ่มมีความหวังครับ หลังจากได้ทางเมืองไทยส่งตัวช่วย version แรกมา ก็เริ่มมีแวว แต่มีแววสักพัก แววก็หายไป แต่ทีมงานก็หาปัญหาเจอครับ เลยให้ทางเมืองไทยส่งตัวช่วย version ใหม่มาอีกครั้ง ซึ่งต้องขอบคุณทีมงานไทยด้วยที่ให้ความช่วยเหลือในวันหยุด เรียกว่าช่วยกันทำมาหากินครับ :wink ซึ่งตัวช่วย version ใหม่นี้เหมือนจะช่วยแก้ปัญหาได้เกือบหมดแล้ว ซึ่งทดสอบเสร็จก็เย็นแล้ว ทางลูกค้าท่านๆขอกลับบ้านกัน เราเลยต้องเก็บของกลับกัน

    หากตามอ่านกันมาตั้งแต่วันแรก คงสงสัยว่าไม่มีมื้อกลางวันเหรอครับ ใช่ครับวันนี้เราทานแค่คุ้กกี้สำหรับมื้อกลางวัน เพราะตั้งใจว่ามื้อเย็นจะทานแบบพลีชีพ (เรียกว่าสะสมเงินกันมาหลายมื้อ เพื่อมื้อเย็น) :lol

    เย็นนี้พี่ๆพาผมไปบริเวณถนน MG ครับ ถนนเส้นนี้เห็นเค้าว่าจะเจอคนไทยเยอะเหมือนกัน แต่พอดีผมเดินด้านหลังครับ เลยไม่เจอแต่ประการใด การมาถนน MG ในวันนี้มีจุดหมายหลักคือ


    1)ซื้อหนังสือที่ร้าน Gangaram ร้านนี้มีสามชั้นครับ เิดินกันเมื่อย แต่ผมก็ไม่ได้หนังสือติดมือเช่นเคย อิอิ อาจจะเป็นคนไม่ค่อยมีสาระ :cool

    ลองดูบรรยากาศที่ผมเก็บมาฝากจากการไปถนน MG ครับ

  • รูปที่ถ่ายบนถนนนั้นคือระหว่างเดินทางไปถนน MG ครับ รถติดวุ่นวาย ขับกันเบียดเสียดน่าดู วันนี้หูอื้อเลยครับ เจอแตรดังๆไปหลายดอก :sick
  • ซ้ายล่างนั้นเป็นร้านหนังสือ Gangarams ที่เราตั้งใจไปกันครับ
  • ถัดมาทางขวาก็เป็นการเก็บภาพเล็กน้อยของเจ้าของกล้องครับ มัวแต่ถ่ายคนอื่นไม่มีใครถ่ายให้เลย :itongue
  • มี shop istore ด้วยครับ
  • ร้านกาแฟ Cafe ที่มีสาขามากมายใน bangalore ก็มีสาขาตั้งอยู่แถวถนน MG ด้วยครับ


  • 2)ทานอาหารจีนที่ร้าน Mainland China ครับ ร้านนี้เปิดประมาณทุ่มกว่าครับ ถ้ายังไม่ถึงเวลาเค้าจะไม่เปิดแอร์ แล้วก็จะให้นั่งรอร้อนๆข้างล่างเนี่ยแหละ พอใกล้เปิด จะมีพนักงานถือหม้อใส่ถ่านร้อนๆมีควัน แล้วก็เดินว่อนทั่วร้านให้มีกลิ่นควัน จากนั้นก็จะตีกลองรัวต้อนรับครับ เมื่อเริ่มสั่งอาหารพนักงานก็นึกว่าเราเป็นชาวเกาหลี เล่นเอาฮาสักพัก ทีนี้เราก็ดันหลงไปบอกเค้าว่า serve all together ทีนี้เลยได้รอกันกระเพาะกางเลยครับ นอกจากนั้นพยายามหาราคาอาหารแต่ละรายการ หาไม่เจอครับ สุดท้ายมาเจอว่าเค้าเขียนเป็นตัวหนังสือ ไม่ใช้เป็นตัวเลขนั่นเอง ก็เก๋ดีครับ ทีีนี้ลองมาดูตามรูปกันนะครับ เรียงตั้งแต่บนซ้ายวนมาทางขวานะครับ

  • ผักออร์เดิร์ฟ ซึ่งซัดกันหมดก่อนอาหารจะมา
  • น้ำจิ้มประจำครับถ้วยซ้าย ถ้วยขวาเป็นน้ำจิ้มฮะเก๋า
  • น้ำจิ้มไก่ Beggar’s chicken มี 2 แบบให้เลือกครับ ผมชอบถ้วยขวา เพราะรสจัดกว่า
  • ไ่ก่ Beggar’s chicken ที่มีการบดตับกับพริกไทยยัดเป็นไส้ในด้วย อร่อยครับเมนูนี้ ราคาอยู่ที่ 3xx รูปครับ
  • ขนมจีบไส้ผักปั๊กชอย ตอนแรกนึกว่าเป็นผักนึ่ง สุดท้ายกลายเป็นไส้ผัก 555
  • ฮะเก๋ากุ้ง หน้าตาไม่เหมือนบ้านเราเลย แถมบ้านเราอร่อยกว่าด้วย
  • หมี่กรอบผัด
  • บรรยากาศในร้าน จะมีผู้จัดร้านมาพูดว่า “Good evening, Sir” ให้กับลูกค้าทุกคนเลย เหมือนแนะนำตัวว่าผมเป็นผู้จัดการประจำร้านครับ
  • แค่จานชามแถมด้วยที่รองจานก็หรูแล้วครับ ยิ่งถ้าเทียบกับหลายๆมื้อที่ทานมา
  • ข้าวผัดใบบัวห่อ
  • Gasu Lamb คงเป็นแกะผัดน้ำแดงหละมั้ง ผมไม่ได้ทาน
  • ไก่ผัดน้ำแดงครับ

  • มีสั่งน้ำแร่มาด้วยครับ ท่าจะเป็นน้ำแร่จริงๆ ขวดละ 60 รูปีครับ สรุปแล้วมื้อนี้ 3 คนซัดไปเกือบ 2000 รูปีครับ :huh

    วันนี้ก็เป็นอันจบกิจวัตรไว้อีกวันครับ พรุ่งนี้คงต้องเข้าไซต์ทำงานต่อ จะได้กลับทันกำหนด