มาช้าไปวันนึงครับ แบบว่าหมดแรง
คืนนี้ผมก็จะได้จับเครื่องบินกลับบ้านแล้วครับ ดีใจจัง จะได้กลับไปทานข้าวกระเพราหมูไข่เจียวเสียที พูดไปที่นี่ก็แทบจะไม่มีอาหารที่ทำด้วยหมูและวัวให้เราไ้ด้สั่งกันเลยนะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นไก่, แพะ, กุ้ง และปลา (มีปูมาเป็นระยะครับ)
ว่าแล้วมาดูว่าตั้งแต่เช้าผมพบเจออะไรมาบ้างดีกว่า
ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบจ่ายไฟฟ้าที่นี่ 3-4 วันที่ผ่านมาไฟดับบ่อยมากครับ แต่วันนี้ดูเหมือนจะดับนานและบ่อยกว่าทุกวัน คือ ดับ 3 – 4 ครั้งตั้งแต่เช้า และครั้งท้ายสุดดับนานถึงครึ่งชั่วโมง
หลังจากอาหารเช้าเราก็เรียกรถ auto ตามปกติเพื่อมาเก็บอุปกรณ์ที่ออฟฟิศลูกค้าครับ ปรากฎว่าวันนี้คงเป็น”วันโขกแห่งชาติ” ละมั้ง เพราะแม้ว่าวันนี้จะมีรถ auto ว่างให้เราเรียกใช้บริการมากกว่าทุกวัน แต่แปลกที่ไม่มีคันไหนยอมใช้มิเตอร์เลย 5 คันแรกที่เรียกนั้น เรียกเหมาจ่ายเลยหมดเลย ด้วยศักดิ์ศรีที่ว่าไม่ยอมโดนโขก 10-20 รูปี (ประมาณ 9-18 บาท) เราจึงรอจนมาพบคันที่ 6 ใช่เลยครับ คันนี้ยอมเปิดมิเตอร์เราจึงเดินทางมาออฟฟิศได้ 555 :itongue จริงๆแล้วเงินเพียงไม่กี่รูปีก็คงไม่ได้ทำให้เรามีเงินทานข้าวเพิ่มขึ้น แต่ว่าเราอยากให้เค้ารับผิดชอบความรู้สึกนักท่องเที่ยวอย่างเรามากกว่า (ว่าไปนั่น) ไม่ใ่ช่เฉพาะกับที่บังกาลอร์หรอกนะครับ ผมว่าไม่ว่าจะเมืองไทยบ้านเรา หรือที่ไหน หากเจอนักท่องเที่ยวก็ไม่ควรโขกรีดกันแบบนี้ :furious
แต่ก็ไ่่ม่ใช่ว่าจะไม่มีคนดีนะครับ หลายครั้งที่ผมไปซื้อของตาม supermarket หรือร้านอาหารในบังกาลอร์ทางร้านก็จะปัดเศษลงให้เหมือนกันนะครับ เรียกว่า”ไม่สิ้นคนดีศรีบังกาลอร์” [aup] :biggrin
เที่ยวบินที่เราจะกลับบ้านคือเที่ยวบินรอบ 20:45 ตามเวลาท้องถิ่นที่นี่ ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง น่าจะถึงสนามบินสุวรรณ
