10th day in Auckland - Back home safely but not smoothly

วันนี้กลับบ้านละครับ ก็เก็บกระเป๋าเรียบร้อยครับ เช้ามาฟ้าใส ใจลอยกลับบ้านเรียบร้อยแล้ว อิอิ จากนั้นก็นั่งรถมายังสนามบินครับ
เริ่มต้นที่สนามบิน
Departure fee
ทุกครั้งที่เดินทางออกจากประเทศนิวซีแลนด์ คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 25 NZD ต่อคนครับ โดยจะซื้อก่อนหรือหลังจาก check-in แล้วก็ได้ครับ ซึ่งหลังจากจ่ายเงินแล้วคุณจะได้ sticker มา 1 ใบเพื่อนำไปติดด้านหลัง boarding pass ครับ
น้ำหนักสัมภาระกับการ check-in
ที่นี่มีกฎว่ากระเป๋าสัมภาระที่โหลดได้ต้องท้องเครื่องต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 32 kg ครับ ซึ่งผมเจอกับตัวครับ เลยต้องย้ายสัมภาระบางส่วนไปที่กระเป๋าเพื่อนร่วมคณะ
ของเหลวกับการบรรจุก่อนขึ้นเครื่อง
วันนี้คงเป็นวันที่ผมจะจำไว้อีกนานครับ ผมเจอปัญหาอีกแล้วครับท่าน ด้วยความเผลอเรอหรือว่าอะไรก็แล้วแต่ ผมโดนด่านตรวจขอเปิดกระเป๋าครับ ซึ่งในนั้นจะมี Thermal mud face pack ที่ผมได้ซื้อมาจากในเมืองและทุกกล่องมีพลาสติก seal ไว้เรียบร้อยครับ แต่ว่าผมไม่ได้ใส่ถุงพลาสติกที่เป็นแบบมาตรฐานของสนามบิน ดังนั้นของทั้งหมดนี้จึงถูกทิ้งลงถังขยะ สรุปก็คือ โคลนของผมนอนอยู่ก้นถังขยะ เหลือแต่ความทรงจำสีเทาๆในสมองของผมระหว่างนั่งเครื่องบินกลับบ้านเรา
เที่ยวบินขากลับ
เที่ยวบินกลับเมืองไทยใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมงกว่าครับ ได้รับอาหาร 2 มื้อใหญ่และ 1 มื้อเล็ก (เป็น sandwich ทรงเครื่อง) และแล้วผมก็ได้พบกับความประทับใจอีกอย่างครับ นั่นคือ ผู้ร่วมโดยสารบนเที่ยวบินนี้ เรื่องของเรื่องคือว่า มีผู้โดยสารต่างชาติท่านหนึ่ง อายุน่าจะสัก 17 ปีได้ ตัวใหญ่เอาการ เค้ามีอาการดังต่อไปนี้ครับ
- เค้ามักจะชอบกระแทกเก้าอี้ จนมีครั้งหนี่งส่งผลให้ป้าที่นั่งด้านหลังทนไม่ไหว เพราะป้าเค้าทานอาหารไม่ได้เลย
- เนื่องจากมีเด็กน้อยอายุไม่ถึงขวบร่วมเดินทางด้วย ดังนั้นเธอจึงมีทั้งเสียงหัวเราะและเสียงร้องไห้ ทำให้หลายๆคนก็หันไปมองด้วยความเอ็นดูและสงสาร ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งในนั้นครับ แต่เจ้ากรรมระหว่างเส้นทางสายตาที่จะมองไปหาเด็กน้อยนั้น มีผู้โดยสารท่านนี้กั้นอยู่ และ ปัญหาก็เกิดคือว่า ทั้งผมและเพื่อนผมก็ถูกผู้โดยสารท่านนี้จ้องตาเขม็งเลยครับ เค้าคงคิดว่าเรามองเค้า จนเค้าหันมาถามคำหนึ่งว่า WHAT? ผมเลยบอกว่า ตรูไม่ได้มองมึงหรอกนะ ตรูมองเด็ก แล้วก็เกิดเป็นความเซ็งนิดนึง แต่หลังจากนั้นครับ เจ้ากรรมแท้ๆเลย เจ้าหนุ่มคนนี้เค้ามีหันมาทำเสียงขู่ คำราม เหมือนเป็นคนแปลกๆนะครับ
- มีครั้งหนึ่ง เค้าลุกยืนขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้วเดินไปที่ห้องน้ำ จากนั้นก็มีเสียงปุ้งปั้งในห้องน้ำเกิดขึ้น จนผู้โดยสารหลายคนหันไปมอง แล้วเจ้าหนุ่มนี้ก็เดินออกมา
ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะเจอเหมือนกันนะครับ เอาเป็นสุดท้ายแล้วก็ถึงบ้านโดยปลอดภัย ได้เจอหน้าลูกและภรรยาครับ เป็นอันสิ้นสุดภารกิจครั้งนี้ครับ ไว้เจอกันทริปหน้าครับ สวัสดีครับ